Tuesday, 18 May 2021 | 6:37 pm
Tuesday, 18 May 2021 | 6:37 pm

Krungthai COMPASS คาดเศรษฐกิจปีนี้โต 1.5-3.0% ท่ามกลางความเสี่ยงจาก COVID-19 ระลอกใหม่


กิตติพงษ์ เรือนทิพย์ และพิมฉัตร เอกฉันท์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

Key Highlights :
• ไทยเผชิญการแพร่ระบาดระลอกใหม่เดือน เม.ย. 2021 จากเชื้อไวรัส COVID-19 กลายพันธุ์ ซึ่งอาจใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนกว่าสถานการณ์การระบาดรอบนี้จะทยอยคลี่คลาย แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดซ้ำ (Double-dip) และอาจกระทบเศรษฐกิจลากยาวถึง 6 เดือนดังเช่นที่เกิดในอังกฤษ

• Krungthai COMPASS ประเมินรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศหายไปราว 9.0-18.1 หมื่นล้านบาท นอกเหนือจากนี้ ยังกระทบอุปสงค์ในประเทศที่อาจขาดหายไปถึง 9.1-18.5 หมื่นล้านบาท

• ประมาณการการขยายตัวของจีดีพีสำหรับปี 2021 ลดลงเหลือ 1.5%-3.0% ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) ความสามารถในการจัดการโรคระบาดกลายพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (2) แจกกระจายวัคซีนได้ตามแผน และ (3) รัฐอัดฉีดเม็ดเงินพยุงเศรษฐกิจอีกกว่า 2 แสนล้านบาท แต่หากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งไม่เกิดขึ้น เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงที่จะขยายตัวได้น้อยกว่าที่ประมาณการได้

คาดการระบาดรอบนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างน้อย 3 เดือน

ไทยเผชิญการแพร่ระบาดระลอกใหม่เดือน เม.ย. 2021 อีกครั้งหลังเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตระบาดระลอกใหม่ไปเมื่อ ม.ค. ที่ผ่านมา โดยช่วงต้นเดือน เม.ย. สัญญาณการแพร่ระบาดระลอกล่าสุดเริ่มชัดเจนขึ้นจากการแพร่ระบาดในคลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ ยิ่งกว่านั้น ภายหลังจากที่ตรวจพบว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่รอบนี้ได้รับเชื้อ COVID-19 กลายพันธุ์ (B.117) ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่พบครั้งแรกในอังกฤษ สะท้อนจากตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และแพร่กระจายครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ (รูปที่ 1: ซ้าย)

ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่อาจพุ่งสูงขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประเมินจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันหลังวันหยุดยาวสงกรานต์ไว้ทั้งสิ้น 5 กรณี (รูปที่ 1: ขวา) ซึ่งกรณีที่ 2 ที่ภาครัฐสั่งปิดสถานบันเทิงในจังหวัดเสี่ยงใกล้เคียงกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากที่สุด โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเฉลี่ยอาจสูงถึง 2,996 ราย ซึ่งมากกว่าตัวเลขล่าสุดถึง 2 เท่า (วันที่ 22 เม.ย. อยู่ที่ 1,470 คน)

Krungthai COMPASS ประเมินว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอาจกินเวลาอย่างน้อย 3 เดือน โดยคาดว่าจะกระทบแผนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ และส่งผลต่อเนื่องไปยังแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วง 3 เดือนข้างหน้าที่ทำได้ยากหรืออาจต้องเลื่อนออกไป นอกจากนี้ ยังกระทบต่อกำลังซื้อโดยรวม โดยเฉพาะจากแรงงานในภาคบริการที่ต้องหยุดหรือลดชั่วโมงการทำงาน

· จับตา 3 ปัจจัยที่จะส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

ประการที่ 1: ความสามารถในการควบคุมโรคระบาดกลายพันธุ์ที่ต้องมีประสิทธิภาพและรัดกุม หากการควบคุมการระบาดขาดประสิทธิภาพหรือผ่อนคลายมาตรการเร็วเกินไป อาจทำให้ต้องกลับมาใช้มาตรการควบคุมโรคที่เข้มข้นกว่าเดิม และต่อเนื่องไปจนกว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัดได้ ดังเช่นการระบาดแบบ 2 ระลอกติดกันหรือ Double-dip ในเคสของประเทศอังกฤษ
สำหรับกรณีอังกฤษ พบเชื้อ COVID-19 กลายพันธุ์ (B.117) ครั้งแรก หลังเห็นสัญญาณตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่เร่งตัวขึ้นอย่างมากในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. จากไม่ถึง 1 หมื่นรายต่อวัน จนพุ่งแตะ 3 หมื่นรายต่อวัน ก่อนอังกฤษจะ Lockdown ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ดี อังกฤษกลับต้องเผชิญการระบาดแบบ Double-dip หลังยอดผู้ติดเชื้อรายวันกลับมาพุ่งทำสถิติสูงสุดถึงเกือบ 7 หมื่นราย ซึ่งในครั้งนี้อังกฤษต้องยกระดับมาตรการควบคุมโรคให้ยาวนานขึ้นกว่าครั้งก่อน พร้อมกันนี้ยังเร่งระดมฉีดวัคซีนจนได้สัดส่วนผู้ฉีดวัคซีนสะสมเกินครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถควบคุมเชื้อกลายพันธุ์ได้เป็นผลสำเร็จ ก่อนจะประกาศทยอยผ่อนคลาย Lockdown ไปเมื่อไม่นานนี้ ดังจะเห็นได้จากรูปที่ 2

ประการที่ 2: การแจกกระจายวัคซีนในประเทศที่ต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยที่สร้างเสริมความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชนได้มากที่สุด และจะทำให้ภาพของอุปสงค์ในประเทศกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยจากข้อมูล Our world in data.org พบว่า ส่วนใหญ่ประเทศที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GDP per capita) สูง จำนวนประชากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนสะสมก็จะสูงตามไปด้วยเมื่อเทียบกับประเทศรายได้ปานกลาง-ต่ำอย่างแถบอาเซียน อย่างไรก็ดี ไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีรายได้สูงกว่าหลายประเทศในอาเซียน แต่กลับพบว่า จำนวนโดสสะสมของไทยอยู่ที่เพียง 1.0% ซึ่งต่ำกว่าเพื่อนบ้านเราอย่างมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และลาวค่อนข้างมาก (รูปที่ 3) ซึ่งก็ยิ่งจะทำให้โอกาสที่วัคซีนจะกลายเป็น Game Changer จนสร้างเป็นภูมิคุ้มกันหมู่ได้และพร้อมเปิดประเทศอาจต้องล่าช้าออกไป

ประการที่ 3: เม็ดเงินพยุงเศรษฐกิจที่ต้องเป็นไปอย่าง “ตามเป้า-ต่อเนื่อง-ตรงจุด” ตามเม็ดเงินจาก พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่ยังคงเหลืออยู่ราว 2.2 แสนล้านบาท ที่คาดว่าจะถูกนำมาใช้ต่อยอดจากโครงการเดิมที่มีกระแสตอบรับดี เช่น คนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน หรือเราชนะ เป็นต้น ซึ่งจะเข้ามาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ เสริมให้เศรษฐกิจอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ถึง 1.5% นอกจากนี้ ยังมีเม็ดเงินที่สามารถจัดสรรจากงบกลางได้อีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ภาครัฐยังต้องคำนึงถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีความแตกต่างกันในแต่ละภาคส่วน (K-shape Recovery) โดยเฉพาะการขยายระยะเวลามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการและแรงงานที่ยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค

Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวในกรอบ 1.5-3.0% ท่ามกลางความเสี่ยงรอบด้าน

การระบาดรอบนี้อาจกระทบเศรษฐกิจอย่างต่ำ 3 เดือน ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการควบคุมโรคว่าจะทำได้รวดเร็วเพียงใด โดยเรามองว่า Base case คือการที่ไทยสามารถควบคุมการระบาดได้ดีอาจกระทบเศรษฐกิจเพียง 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.) แต่หากมีการเกิดการระบาดซ้ำซ้อน (Double-dip) ก็อาจจะกระทบเศรษฐกิจยาวนานถึง 6 เดือน (เม.ย.-ก.ย.) เป็น Worse case

คาดจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศอาจเหลือเพียง 81.6 – 98.6 ล้านคน ดังรูปที่ 4 ในกรณี Base case ที่คาดว่า การท่องเที่ยวในประเทศจะหดตัวในช่วง 3 เดือนดังกล่าว โดยเฉพาะเดือน พ.ค. ก่อนที่ Sentiment จะทยอยกลับมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศทั้งปีลดลงจากประมาณการเดิมที่ 115.2 ล้านคน มาอยู่ที่ 98.6 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายราว 9 หมื่นล้านบาท และหากเกิดกรณี Worse case ก็จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศเหลือเพียง 81.6 ล้านคน สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 แสนล้านบาท

คาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 0.1 ล้านคนใน Worse case ในกรณีที่มีการระบาดซ้ำซ้อน คาดว่าจะทำให้แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในวงกว้างที่เคยประเมินว่าจะสามารถทำได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 อาจจะทำไม่ได้

อุปสงค์ในประเทศอาจหายไปถึง 9.1-18.5 หมื่นล้านบาท นอกเหนือจากผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวแล้ว Sentiment การบริโภคและลงทุนในประเทศก็คาดว่าจะยังได้รับผลกระทบตามไปด้วย โดยในกรณี Base case ทาง Krungthai COMPASS ประเมินว่า อุปสงค์ในประเทศจะลดลงราว 9.1 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับประมาณการเดิม และหากการระบาดไม่สามารถควบคุมได้ภายใน 3 เดือน อุปสงค์ในประเทศก็อาจได้รับผลกระทบถึง 1.85 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคราวนี้มีแนวโน้มที่จะรุนแรงกว่าการระบาดครั้งที่ 2 ช่วงเดือน ม.ค. 2021 ที่เห็นชัดจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ภาครัฐมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคบริการที่มีแนวโน้มฟื้นตัวช้าอยู่แล้วให้ยิ่งฟื้นตัวช้าขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวชัดเจนขึ้นมาก หนุนการส่งออกของไทยดีขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มการขยายตัวของจีดีพีราว 0.3% เทียบกับประมาณการเดิม  โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้าค่อนข้างมาก จากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ รวมถึงการฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรที่ทำได้ค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักให้ภาพรวมเศรษฐกิจและการค้าโลกมีทิศทางฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งก็จะส่งผลดีต่ออุปสงค์ต่างประเทศและแนวโน้มการส่งออกของไทยในปีนี้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับประมาณการในครั้งก่อนหน้า
โดยสรุปแล้ว Krungthai COMPASS ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ในกรอบ 1.5%-3.0% ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเม็ดเงินที่เข้ามาประคับประคองเศรษฐกิจ รวมถึงระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดที่รุนแรงในรอบนี้ (รูปที่ 5)

ข่าวล่าสุด

การเคหะแห่งชาติจัดเสวนา “การพัฒนาความยั่งยืนให้กับชุมชน” เชิญผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยน เดินหน้า “SSC” โครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติ จัดเสวนาหัวข้อ “การพัฒนาความยั่งยืนให้กับชุมชน” ซึ่งเป็นกิจกรรมความร่วมมือทางวิชาการด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (Smart and Sustainable Community for Better Well...

เคทีซีเพิ่มทางเลือกจัดโปรโมชัน “Long Stay Away from Home” รักษาระยะห่าง เพื่อคนที่คุณรักและห่วงใย

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดโปรโมชันพิเศษ “Long Stay Away from Home” รักษาระยะห่าง เพื่อคนที่คุณรักและห่วงใย เพื่อเป็นการตอบโจทย์และเพิ่มทางเลือกให้สมาชิกบัตรที่ต้องการเข้าพักที่โรงแรมแบบระยะยาว เพื่อปลีกตัวจากครอบครัวชั่วคราวเพื่อลดความเสี่ยง หรือเปลี่ยนบรรยากาศจากการ...

แอมเวย์เปิดตัว 4 ผลิตภัณฑ์ใหม่ จาก “เอ็น* บาย นิวทริไลท์”

บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ เอ็น* บาย นิวทริไลท์ (n* by Nutrilite) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม 4 ชนิด ประกอบด้วย นิวทริไลท์ เอ็น* จอย ผลิตภัณฑ์ขนมคุ้กกี้ มีส่วนประกอบของโปรตีนนมเข้มข้นไม่เจือสี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย ขนาด 200 กรัม...

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชูโมเดลพี่เลี้ยงทางการเงิน หลายองค์กรร่วมขับเคลื่อน สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินระยะยาว

• ตลท. จัดหลักสูตรพี่เลี้ยงทางการเงิน สร้างพลังเครือข่ายส่งต่อองค์ความรู้• ไทยแอร์เอเชีย ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้พนักงานสู้วิกฤติ• กฟผ. ปลูกฝังพนักงานวางแผนการเงินตั้งแต่เริ่มเข้าทำงาน ตั้งเป้ามีเงินใช้ยามเกษียณ• สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย หนุนสมาชิกร่วมอบรมวางแผนการเงิน วิกฤติโควิด-19 ที่กลับมาระบาดระลอกใหม่ส่งผลกระทบต่อคนไทยเป็นวงกว้าง หลายคนต้องสูญเสียรายได้จากการเลิกจ้างงาน...

ศุภาลัย เตรียมเปิด “บลิซ บ้านค่าย ระยอง” พบกับทาวน์โฮมซีรี่ส์ใหม่ สไตล์บ้านเดี่ยว ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุค New Normal

ศุภาลัย เตรียมเปิดโครงการใหม่ “บลิซ บ้านค่าย ระยอง” หลากหลายแบบบ้าน ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมซีรี่ส์ใหม่ มูลค่าโครงการ 590 ล้านบาท Pre - Sales 29-30 พฤษภาคมนี้ ณ...

สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยบอสตัน บริจาคสู้โควิดให้รพ.จุฬาลงกรณ์

นางสาวพรพิมล ปฐมศักดิ์ (ที่ 3 จากซ้าย) นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยบอสตัน ในประเทศไทย และนายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ (ที่ 2 จากซ้าย) อดีตนายกสมาคมฯ เป็นผู้แทนสมาชิกสมาคมฯ มอบเงินจำนวน 200,000 บาท...

จำนวนผู้เข้าชม : 146,971

©2020 www.worldbusiness-th.com