Saturday, 8 May 2021 | 11:48 pm
Saturday, 8 May 2021 | 11:48 pm

การเคหะฯ ออก Social Bond 6,800 ล้านบาท ระดมทุนสร้างที่อยู่อาศัยมีมาตรฐาน ประชาชนได้ซื้อบ้านดีราคาไม่แพง “ออมสิน” มุ่งบทบาทธนาคารเพื่อสังคม ชวนนักลงทุนร่วมช่วยเหลือภาคสังคม

การเคหะแห่งชาติออกพันธบัตรเพื่อสังคม วงเงิน 6,800 ล้านบาท เพื่อลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลางให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานและราคาที่เหมาะสม ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) มีธนาคารออมสินเป็นผู้จัดการจัดจำหน่าย เล็งปี 2564 ออกพันธบัตรเพื่อสังคมเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยต่อเนื่อง

นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานงานแถลงข่าวการออกพันธบัตรเพื่อสังคมของการเคหะแห่งชาติและการลงนามในสัญญาการจัดจำหน่าย ระหว่างการเคหะแห่งชาติและธนาคารออมสิน โดยมี นายเอด วิบูลย์เจริญ ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ นายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ Mr.Hideaki Iwasaki, Thailand Country Director, Asian Development Bank และ นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมในการแถลงข่าว ณ ห้องประชุมกำแพงเพชร ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การออกพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) ของการเคหะแห่งชาติในครั้งนี้ เป็นการออกพันธบัตรเพื่อสังคมครั้งแรกของรัฐวิสาหกิจไทยตามนโยบายของ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ต้องการให้มีการระดมทุนจากตลาดทุนเพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมผ่านการลงทุนในพันธบัตรเพื่อสังคม โดยที่นักลงทุนยังได้ผลตอบแทนทางการเงินที่เหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการคลังที่สนับสนุนการออกผลิตภัณฑ์การลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG Bond) ที่สนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจออกพันธบัตรเพื่อสังคม พันธบัตรเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ พันธบัตรเพื่อความยั่งยืน เพื่อนำเงินที่ระดมทุนได้มาพัฒนาประเทศตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ทั้ง 17 เป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกได้ให้การรับรองและคำมั่นในการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

สำหรับการออกพันธบัตรเพื่อสังคมของการเคหะแห่งชาติ ในครั้งนี้ เป็นการออกพันธบัตรเพื่อ Refinance การลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลางได้เข้าถึงที่อยู่อาศัยทั้งประเภท เช่า เช่าซื้อ และซื้อ ที่มีระดับราคาที่รับภาระได้ เป็นการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 11 การทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานมนุษย์มีความยั่งยืนและประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ ซึ่งจะมีประชาชนประมาณ 13,569 ครัวเรือน หรือประมาณ 54,000 คน ได้รับประโยชน์จากการออกพันธบัตรในครั้งนี้ ทั้งนี้ การออกพันธบัตรจะดำเนินการออกเป็น 3 ชุดคือ อายุ 5 ปี วงเงิน 1,000 ล้านบาท อายุ 10 ปี วงเงิน 2,800 ล้านบาท และอายุ 15 ปี วงเงิน 3,000 ล้านบาท กำหนดออกพันธบัตรในวันที่ 23 กันยายน 2563 ซึ่งการออกพันธบัตรเพื่อสังคมในครั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการแบบให้เปล่าจาก Asian Development Bank ทำให้การออกพันธบัตรเป็นไปตามมาตรฐานสากลของ International Capital Markets Association (ICMA) และ ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) และในปี 2564 กคช. ตั้งเป้าหมายการออกพันธบัตรเพื่อสังคม หรือพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนเพื่อนำเงินที่ได้มาลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสินมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายพันธบัตรเพื่อสังคม หรือ Social Bond ของการเคหะแห่งชาติ พ.ศ.2563 วงเงินไม่เกิน 6,800 ล้านบาท นับเป็นครั้งแรกของรัฐวิสาหกิจไทยที่มีการออกพันธบัตรประเภทนี้ ซึ่งกระทรวงการคลังโดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้คัดเลือกธนาคารออมสินให้เป็นผู้จัดการจัดจำหน่าย พันธบัตรมีจำนวน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.02% ต่อปี รุ่น 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.64% ต่อปี และรุ่น 15 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.90% ต่อปี กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย ทั้งนี้ ได้เปิดให้นักลงทุนแสดงความจำนงแล้วเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 และจะเปิดให้จองซื้อในวันที่ 22 กันยายน 2563 นี้

“ธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีบริการทางการเงินครบวงจร รวมถึงการให้บริการธุรกรรมทางการเงิน เป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ หรือตราสารหนี้ต่างๆ ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ โดยเฉพาะพันธบัตรของภาครัฐ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปลงทุนและพัฒนาหลากหลายโครงการ เพื่อช่วยเหลือสังคมในภาพรวม ที่สำคัญเป็นหนึ่งในกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย โดยที่ผ่านมาธนาคารออมสินถือเป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรรัฐวิสาหกิจในระดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งการเป็นผู้จัดการจัดจำหน่าย พันธบัตรเพื่อสังคมของการเคหะในครั้งนี้ นอกจากเป็นการให้บริการทางการเงินดังกล่าวแล้ว ยังสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของธนาคารออมสินที่มุ่งเน้นการทำภารกิจด้านสังคม หรือ Social Bank เช่นเดียวกัน” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าว

ด้าน นายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ กล่าวถึงนโยบายการออกพันธบัตรของการเคหะแห่งชาติในปี 2564 เพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติมีแผนการระดมทุนในรูปแบบการออกพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) หรือพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ซึ่งเป็นการจัดหาแหล่งเงินทุนในต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการบ้านเคหะสุขประชา ซึ่งการเคหะแห่งชาติได้รับนโยบายให้จัดสร้างที่อยู่อาศัยจำนวน 100,000 หน่วย ในระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 – 2569 โดยจัดสร้างปีละ 20,000 หน่วย และส่งมอบในวันที่ 28 กรกฎาคมของทุกปี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้เพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ข้าราชการเกษียณ และประชาชนที่มีรายได้น้อย รวมถึงผู้บุกรุกในพื้นที่สาธารณะได้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย นอกจากนี้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ มีแผนการออกแบบและก่อสร้างโครงการให้เป็นไปตามเกณฑ์ ECO-VILLAGE ของ กคช. หรือมาตรฐานการประหยัดพลังงาน เช่น บ้านเบอร์ 5 ที่การเคหะแห่งชาติร่วมดำเนินการกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย.

ข่าวล่าสุด

ธนาคารออมสิน แจ้งเตือน!

ด้วยขณะนี้มีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อธนาคารออมสินและใช้ตราสัญลักษณ์ธนาคาร ในการเปิดใช้ LINE หลอกลวงให้ประชาชนโอนเงิน … จึงขอย้ำว่าธนาคารออมสิน ไม่มีให้บริการสินเชื่อทาง LINE / ไม่มีการขอให้ลูกค้าโอนเงินค่าธรรมเนียมใด ๆ ผ่านทาง LINE รวมถึงไม่มีการใช้ LINE สอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าด้วย ทั้งนี้...

ขายดี ไม่เว้นวันหยุด!!! ผลประมูลขายบ้านมือสองออนไลน์ของ ธอส. เพียง 3 ชั่วโมง ขายได้ถึง 350 รายการ มูลค่า 350 ล้านบาท

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เผยผลการจัดงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ลดครั้งยิ่งใหญ่ ครั้งที่ 2/2564 จำหน่ายทรัพย์ทั่วประเทศได้ทั้งสิ้น 350 รายการ มูลค่า 350 ล้านบาท แบ่งเป็น ยอดขายทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 106 รายการ 102...

แม็คโคร จับมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดสินค้าฟรี ให้ 3,500 ร้านค้ากองทุนหมู่บ้านทั่วไทย พร้อมต่อยอดโครงการ “แม็คโครมิตรแท้โชห่วย” สู่สมาร์ทโชห่วย หนุนค้าปลีกรายย่อยไทยฝ่าวิกฤตโควิด

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลัง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ต่อยอด “โครงการพัฒนาร้านค้าปลีกยุคใหม่สู่สมาร์ทโชห่วย” ล่าสุด จัดชุดสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพส่งต่อร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน 3,500 แห่งทั่วประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมมูลค่ากว่า 3.7 ล้านบาท เพื่อให้ร้านค้าสามารถจำหน่ายสินค้าในราคาประหยัดแก่ประชาชนในชุมชน...

องค์การเภสัชกรรม (จีพีโอ) พร้อมจัดหาวัคซีนให้กับโรงพยาบาลเอกชน

องค์การเภสัชกรรม (จีพีโอ) พร้อมจัดหาวัคซีนให้กับโรงพยาบาลเอกชน ตามการพิจารณาร่วมกันของผู้เชี่ยวชาญ องค์กรภาครัฐและเอกชน ภายใต้ข้อกำหนดของบริษัทที่ต้องบริหารจัดการและกระจายวัคซีนด้วยองค์กรภาครัฐ ซึ่งเป็นแนวทางของผู้ผลิตทั่วโลก เนื่องจากวัคซีนโควิดทุกชนิดที่ผลิตได้ในขณะนี้เป็นการใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ ต้องการให้การกระจายวัคซีนให้กับประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร สร้างความเชื่อมั่น สู้วิกฤตโควิด-19 เปิดรับสมัครผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์เข้าร่วมประกวด Thailand Franchise Award 2021 ปีที่ 2

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกกำลังกับหน่วยงานพันธมิตรร่วมกันสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มการยอมรับในธุรกิจแฟรนไชส์ สู้วิกฤตโควิต-19  โดยการเฟ้นหาธุรกิจแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ในกิจกรรมการประกวด “Thailand Franchise Award 2021” ปีที่ 2 เพื่อคัดเลือกธุรกิจ แฟรนไชส์ไทย ที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่น่าเชื่อถือและรู้จักของคนทั่วไป...

กรุงเทพประกันชีวิต คว้ารางวัล “บริษัทประกันสุขภาพที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม” จากงาน International Finance Awards 2020

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีแห่งความท้าทายของทุกภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ด้วยผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กระทบต่อการดำเนินกิจการและการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปย่อมทำให้ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยเฉพาะความต้องการในด้านการดูแลสุขภาพ ธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพจึงต้องก้าวให้ทันแนวโน้มด้านสุขภาพและความต้องการของสังคม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้า ในขณะเดียวกันยังต้องพัฒนาระบบการทำงานและการให้บริการอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีที่สุด ในฐานะบริษัทประกันชีวิตที่อยู่คู่สังคมไทยมากว่า 70 ปี...

จำนวนผู้เข้าชม : 140,771

©2020 www.worldbusiness-th.com